November 22, 2019
กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยวิธีธรรมชาติราคาประหยัด

กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยวิธีธรรมชาติราคาประหยัด

การทำความสะอาดบ้านและการล้างจานคุณมักจะมีของเสียสะสมเททิ้งตามบริเวณท่อน้ำทิ้งและบรรจุที่ใช้ในการเทของเสียออกก่อนสู่ท่อน้ำทิ้ง ซึ่งบริเวณนี้จะทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เนื่องจากการสะสมของแบคทีเรียที่เติบโตและทำให้คุณเกิดความหงุดหงิดใจได้เพราะกลิ่นที่เหม็นรุนแรงอาจทำให้สภาพแวดล้อมภายในบ้านของคุณประสบปัญหา ในวันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยวิธีธรรมชาติแถมยังมีราคาประหยัดและคุณเองสามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยตัวคุณเอง

หลายครั้งที่คุณทำการทิ้งของเสียบริเวณท่อน้ำทิ้งจะพบว่าในจุดที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ในส่วนนี้มักจะเป็นจุดที่สะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค ถึงแม้จะทำความสะอาดอยู่เป็นประจำแต่กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ยังคงล่องลอยสร้างความกวนใจให้กับคุณ สำหรับวิธีทางธรรมชาติที่สามารถนำไปใช้งานในส่วนนี้ได้อย่างดีเพื่อใช้ในการบำบัดกลิ่นได้ด้วยตัวคุณเองนั่นก็คือถ่านกะลามะพร้าว โดยในปัจจุบันถ่านกะลามะพร้าวหลังจากที่เผาเรียบร้อยจะเป็นวัตถุจากธรรมชาติที่มีค่าคาร์บอนสูง โดยคุณสมบัติของคาร์บอนนี้สามารถดูดซับสิ่งสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ในตัว สำหรับคนโบราณจึงมักนำถ่านวางไว้ในตู้เย็นเพื่อดูดกลิ่น วางไว้ในตู้เสื้อผ้า รวมทั้งวางไวในข้าวเพื่อลดความชื้นแต่ในกรณีนี้บริเวณจุดที่เป็นท่อน้ำทิ้งหรือที่คุณต้องการบำบัดของเสียเพื่อลดกลิ่น คุณสามารถหาถ่านกะลามะพร้าวเทลงบริเวณจุดที่คุณต้องการจัดการกลิ่นหลังจากที่คุณใช้ถ่านชนิดนี้เทลงไปคุณจะพบว่าภายใน 7 วันกลิ่นไม่พึงประสงค์จะหายไปเพราะคาร์บอนในถ่านจะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์เอาไว้ในตัว แต่ถ้าคุณไม่สามารถหาถ่านกะลามะพร้าวได้คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ถ่านไม้แทนแต่ถ้าเทียบคุณสมบัติในการทำปฏิกิริยาหยุดกลิ่นต้องยกนิ้วให้ถ่านกะลามะพร้าวที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากกว่าเพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ควรเลือกถ่านจากกะลามะพร้าวถึงจะดีที่สุดเพื่อใช้ในการนำมากำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

ปัจจุบันถ่านกะลามะพร้าวเป็นอุตสาหกรรมทางการเกษตรที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเนื่องจากคุณสมบัติคาร์บอนที่อยู่ในถ่านชนิดนี้ สามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น ฟิลเตอร์กรองน้ำ Activated Carbon เป็นต้น จึงทำให้ในประเทศไทยมีการผลิตถ่านกะลามะพร้าวขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับตลาดในส่วนนี้จึงทำให้สามารถหาซื้อได้ง่ายโดยจุดที่มีการผลิตถ่านชนิดนี้มากที่สุดก็คือบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดราชบุรี โดยคุณสามารถสั่งซื้อได้ถึงพื้นที่เพื่อนำมาใช้ในภาคครัวเรือนต่อไป

 

รูปภาพจาก http://www.baanlaesuan.com/